
ในยุคที่ข้อมูลคือขุมทรัพย์ทางธุรกิจ และเทคโนโลยีคลาวด์กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญ Data Center หรือศูนย์ข้อมูล จึงเปรียบเสมือน “หัวใจหลัก” ของทุกองค์กร การที่ระบบ Data Center หยุดทำงานแม้เพียงไม่กี่วินาที อาจสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ทั้งในแง่ของตัวเงิน ความน่าเชื่อถือ และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ
แม้องค์กรส่วนใหญ่จะทุ่มเทงบประมาณให้กับการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cybersecurity) แต่ความปลอดภัยทางกายภาพ (Physical Security) กลับเป็นอีกหนึ่งปราการสำคัญที่หากเกิดช่องโหว่ อาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ การวางระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมรอบด้านจึงเป็นสิ่งที่ผู้บริหารและทีมผู้ดูแลศูนย์ข้อมูลต้องให้ความสำคัญสูงสุด
หลายองค์กรโฟกัสที่ระบบไฟร์วอลล์ (Firewall) หรือการป้องกันแฮกเกอร์ แต่ละเลยภัยคุกคามทางกายภาพที่เกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่ศูนย์ข้อมูล
จากรายงานระดับสากล การหยุดชะงักของ Data Center (Unplanned Outage) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึงหลายแสนดอลลาร์ต่อชั่วโมง ปัจจัยหลักที่ทำให้ระบบล่มไม่ได้มาจากไวรัสคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากอุบัติเหตุในพื้นที่ เช่น อัคคีภัย ไฟฟ้าลัดวงจร หรือความผิดพลาดจากบุคคล (Human Error)
ภัยคุกคามทางกายภาพครอบคลุมตั้งแต่การบุกรุกโดยบุคคลภายนอก การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานภายใน ความร้อนสะสม หรือเพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้า ซึ่งหากไม่มีระบบตรวจจับและแจ้งเตือนที่ทันท่วงที ความเสียหายจะขยายวงกว้างจนยากเกินแก้ไข
การปกป้อง Data Center ต้องใช้วิธีป้องกันแบบหลายชั้น (Defense in Depth) เพื่อรับประกันว่าไม่มีบุคคลหรือปัจจัยเสี่ยงใดหลุดรอดเข้าไปยังพื้นที่จัดเก็บข้อมูลสำคัญได้
เริ่มต้นตั้งแต่แนวรั้วและประตูทางเข้าอาคาร การควบคุมการเข้า-ออกของยานพาหนะและบุคคลภายนอกด้วยระบบอัตโนมัติ ร่วมกับไม้กั้นอัจฉริยะและการสแกนป้ายทะเบียน เพื่อกรองบุคคลเข้าพื้นที่ตั้งแต่ด่านแรก
ภายในอาคารต้องมีการแบ่งโซนความปลอดภัย (Zoning) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพื้นที่ห้อง Server Room หรือ Data Hall ควรใช้ระบบยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลทางชีวภาพ (Biometrics) เช่น ระบบสแกนใบหน้า หรือสแกนลายนิ้วมือ ร่วมกับระบบออกบัตรผู้มาติดต่อ (Visitor Management System) เพื่อบันทึกประวัติการเข้า-ออกอย่างแม่นยำ
กล้องวงจรปิดไม่ใช่แค่การบันทึกภาพ แต่ต้องเป็นกล้อง AI ที่สามารถ
เนื่องจาก Data Center เต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงเรื่องเพลิงไหม้จากไฟฟ้าลัดวงจรจึงสูงมาก จึงต้องมีการติดตั้งระบบตรวจจับอัคคีภัย (Fire Detection System) ที่มีความแม่นยำสูง สามารถส่งสัญญาณเตือนได้ทันทีที่พบความผิดปกติ โดยทำงานร่วมกับ ระบบดับเพลิงด้วยก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Gas Suppression System) ที่ช่วยลดปริมาณออกซิเจนในพื้นที่อย่างรวดเร็วเพื่อระงับเพลิง โดยไม่ทิ้งคราบ สารเคมีตกค้าง หรือส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันมีค่าภายใน Data Center
การวางระบบความปลอดภัย Data Center จำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ SECOM ในฐานะผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรและอุตสาหกรรม พร้อมมอบโซลูชันแบบบูรณาการที่ออกแบบมาเพื่อ Data Center โดยเฉพาะ
ด้วยเทคโนโลยีการควบคุมการเข้า-ออก (Access Control), กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ, ระบบแจ้งเตือนอัคคีภัย (Fire Alarm System) และการเชื่อมต่อเข้ากับศูนย์ควบคุมและเฝ้าระวังภัยตลอด 24 ชั่วโมง (SECOM Control Center) เจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ (Dispatch Team) ของ SECOM พร้อมตอบสนองต่อสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินทันที ช่วยให้ผู้บริหารมั่นใจได้ว่าข้อมูลอันมีค่าและระบบงานสำคัญของคุณได้รับการคุ้มครองด้วยมาตรฐานครบทุกมิติ
เนื่องจากน้ำและสารเคมีดับเพลิงทั่วไปสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเครื่องเซิร์ฟเวอร์และแผงวงจรไฟฟ้าได้ ระบบดับเพลิงด้วยก๊าซไนโตรเจน (Nitrogen Gas Suppression) จึงเป็นโซลูชันที่เหมาะสมที่สุด โดยตัวระบบจะทำงานร่วมกับระบบ Fire Detection เมื่อตรวจจับเหตุเพลิงไหม้ได้ ก๊าซไนโตรเจนจะถูกปล่อยออกมาเพื่อลดระดับออกซิเจนให้อยู่ในระดับที่ไฟดับลงได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ทำอันตรายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ทิ้งคราบความชื้นหรือสารตกค้าง และสามารถทำความสะอาดคืนสภาพห้องได้อย่างง่ายดาย
Tailgating คือการที่บุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเดินตามหลังผู้ที่สแกนผ่านประตูเข้ามา สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้ประตูหมุนแบบ Mantrap (ประตูเข้า-ออกสองชั้น) ร่วมกับกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ที่มีระบบวิเคราะห์นับจำนวนคนขณะผ่านประตู หากพบจำนวนคนไม่ตรงกับสิทธิ์การสแกน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและปิดประตูทันที
มาตรฐานที่นิยมใช้ในระดับสากล ได้แก่ ISO/IEC 27001 (Control A.11 Physical and Environmental Security), Uptime Institute Tier Standard และ TIA-942 ซึ่งทุกมาตรฐานเน้นย้ำเรื่องการควบคุมการเข้าออกอย่างเข้มงวด การแบ่งโซนความปลอดภัย และการมีระบบป้องกันภัยพิบัติที่พร้อมทำงานตลอดเวลา
ความปลอดภัยของ Data Center คือรากฐานความเสถียรขององค์กรในยุคดิจิทัล การสร้างระบบความปลอดภัยทางกายภาพที่ครบครัน ตั้งแต่การควบคุมการเข้า-ออก การเฝ้าระวังด้วยระบบอัจฉริยะ ไปจนถึงการป้องกันอัคคีภัยขั้นสูง เป็นการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของระบบได้อย่างแท้จริง เลือกสร้างความอุ่นใจและยกระดับความปลอดภัยให้ศูนย์ข้อมูลของคุณด้วยความเชี่ยวชาญระดับสูงจาก SECOM
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ยอมรับทั้งหมด