อุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์อย่างภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นในโรงงาน นิคมอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ในโครงการที่พักอาศัยอย่างคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี ในฐานะผู้ประกอบการ กรรมการนิติบุคคล หรือฝ่ายบริหารอาคาร การเตรียมความพร้อมรับมือและมีความรู้เรื่อง cpr ขั้นตอน ล่าสุด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้แก่พนักงานและผู้อยู่อาศัยทุกคน
เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทุกๆ วินาทีมีค่าต่อการรอดชีวิตของผู้ป่วย หากสมองขาดออกซิเจนไปเพียง 4 นาที เซลล์สมองจะเริ่มตายและอาจนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ การทำ cpr ขั้นตอน ที่ถูกต้องและทันท่วงทีโดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ จึงเป็น “โซ่ข้อแรก” ที่ช่วยรักษาการไหลเวียนของเลือดที่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญ ก่อนที่ทีมแพทย์เคลื่อนที่เร็วจะเดินทางมาถึง การที่พนักงานในองค์กรหรือเจ้าหน้าที่ประจำอาคารมีความรู้และทักษะนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยได้สูงถึง 2-3 เท่า
ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ป่วย สิ่งสำคัญคือต้องตั้งสติและประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบตามลำดับ cpr ขั้นตอน สากล เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ช่วยเหลือและผู้ป่วยเอง โดยมี 3 สิ่งหลักที่ต้องตรวจเช็คดังนี้
ความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ ก่อนเดินเข้าไปหาผู้ป่วย ให้มองรอบๆ ว่าพื้นที่นั้นปลอดภัยหรือไม่ เช่น ไม่มีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล ไม่มีสารเคมีอันตราย ไม่ใช่บริเวณที่อาจมีวัตถุร่วงหล่นลงมา หรืออยู่กลางถนนที่มีรถพลุกพล่าน หากประเมินแล้วพบว่าเสี่ยงเกินไป ให้รอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
เมื่อมั่นใจว่าพื้นที่ปลอดภัย ให้เข้าไปตบที่ไหล่ทั้งสองข้างของผู้ป่วยแรงๆ พร้อมส่งเสียงเรียกดังๆ เช่น “คุณๆ เป็นอย่างไรบ้าง?” หากผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว ไม่ขยับเขยื้อน และไม่หายใจ หรือหายใจเฮือก (Gasping) ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าหัวใจอาจหยุดเต้น และต้องเข้าสู่ cpr ขั้นตอน ถัดไปทันที
หากผู้ป่วยไม่ตอบสนอง ให้รีบชี้ตัวบุคคลรอบข้างอย่างชัดเจนเพื่อขอความช่วยเหลือ เช่น “คุณเสื้อฟ้าช่วยโทรแจ้งสายด่วน 1669 และคุณเสื้อดำช่วยไปนำเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ที่อยู่ใกล้ที่สุดมาทีครับ” ในอาคารสำนักงานสมัยใหม่หรือคอนโดมิเนียมส่วนใหญ่ มักจะมีการติดตั้งเครื่อง AED ไว้ในจุดที่เข้าถึงง่ายอยู่แล้ว
แนวทางการช่วยชีวิตสากลฉบับอัปเดตสำหรับประชาชนทั่วไป (Bystander CPR) เน้นย้ำไปที่การกดหน้าอกที่มีประสิทธิภาพสูง (High-Quality CPR) เป็นหลัก โดยมีขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นระบบดังนี้
เพื่อให้การกดหน้าอกส่งแรงไปยังหัวใจได้อย่างเต็มที่ ต้องให้ผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นราบและแข็ง เช่น พื้นปูนหรือพื้นไม้ ไม่ควรกดหน้าอกบนเตียงนุ่มๆ เพราะแรงกดจะจมหายไปกับเบาะ จากนั้นผู้ช่วยเหลือคุกเข่าลงข้างๆ ลำตัวของผู้ป่วยในระดับอก
วางสันมือข้างหนึ่งลงบน “ครึ่งล่างของกระดูกหน้าอก” (หรือบริเวณกึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้าง) จากนั้นนำมืออีกข้างมาประสานไว้ด้านบน นิ้วมือเหยียดตรงหรือเกี่ยวกระชับกันไว้ โดยระวังไม่ให้นิ้วมือกดลงบนกระดูกซี่โครงของผู้ป่วย
ยืดแขนทั้งสองข้างให้ตึง ตั้งฉากกับหน้าอกของผู้ป่วย โน้มตัวไปข้างหน้าให้หัวไหล่อยู่เหนือมือพอดี ใช้แรงจากสะโพกและลำตัวส่วนบนกดลงไปตรงๆ ด้วยความลึกประมาณ 5-6 เซนติเมตร (หรือ 2-2.4 นิ้ว) และความเร็ว 100-120 ครั้งต่อนาที (จังหวะเทียบเท่ากับเพลง “Stayin’ Alive”) และที่สำคัญคือต้องปล่อยให้หน้าอกคืนตัวจนสุดก่อนการกดครั้งถัดไป
Alt: การใช้งานเครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติหรือ AED ร่วมด้วย
เมื่อเครื่อง AED มาถึง ให้เปิดเครื่องทันทีและปฏิบัติตามเสียงคำแนะนำของเครื่องอย่างเคร่งครัด แปะแผ่นนำไฟฟ้าลงบนหน้าอกของผู้ป่วยตามรูปภาพที่ระบุ ในขณะที่เครื่องกำลังวิเคราะห์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ห้ามทุกคนสัมผัสตัวผู้ป่วย และหากเครื่องสั่งให้ทำการช็อกไฟฟ้า ให้กดปุ่มช็อกตามสัญญาณ จากนั้นให้กลับมาทำ cpr ขั้นตอน กดหน้าอกต่อทันทีโดยไม่ต้องรอ
การมีความรู้เรื่อง cpr ขั้นตอน ต่างๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่จะดียิ่งกว่าหากสถานประกอบการของคุณมีระบบรักษาความปลอดภัยและการแจ้งเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ SECOM ในฐานะผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจร ตระหนักดีว่าความปลอดภัยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันอาชญากรรมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความปลอดภัยในชีวิตของพนักงานและผู้มาติดต่อ
เราพร้อมนำเสนอโซลูชันการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response Solutions) ที่สามารถเชื่อมต่อระบบปุ่มกดแจ้งเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ (Medical Panic Button) เข้ากับศูนย์ควบคุมส่วนกลางของ SECOM ที่พร้อมประสานงานช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้การส่งต่อผู้ป่วยหรือการเข้าถึงเครื่อง AED ในโครงการขนาดใหญ่เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีระบบ ลดความสูญเสียที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับประชาชนทั่วไปที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ หรือไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมการเป่าปากอย่างชำนาญ แนะนำให้ทำ “Hands-Only CPR” คือการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในกระแสเลือดของผู้ป่วยยังมีออกซิเจนคงเหลืออยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และการกดหน้าอกอย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการกู้ชีพ
สามารถทำได้ ดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เพราะการกดหน้าอกช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วยได้ทันที และหากมีเครื่อง AED ในบริเวณนั้น ตัวเครื่องจะมีระบบเสียงภาษาไทยแนะนำ cpr ขั้นตอน อย่างเป็นระบบทีละขั้น ซึ่งคนทั่วไปสามารถทำตามได้อย่างปลอดภัย
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยสูงอายุ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสูงสุดของการทำ CPR คือการรักษาชีวิตและนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ซึ่งมีความสำคัญมากกว่ากระดูกซี่โครงที่สามารถรักษาให้หายดีในภายหลังได้ ดังนั้นอย่ากังวลจนไม่กล้ากดหน้าอกด้วยความลึกที่เหมาะสม
ผู้ช่วยเหลือควรทำ CPR อย่างต่อเนื่องและเปลี่ยนคนกดทุกๆ 2 นาทีเพื่อป้องกันความอ่อนล้า โดยจะหยุดทำก็ต่อเมื่อ:
การเรียนรู้และเข้าใจ cpr ขั้นตอน ล่าสุด ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นทักษะชีวิตที่ช่วยต่อเวลาและรักษาชีวิตของคนในองค์กร เพื่อนร่วมงาน หรือผู้อยู่อาศัยในอาคารได้ การลงทุนในระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินและการเตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์ช่วยชีวิต เช่น เครื่อง AED ควบคู่ไปกับการมีพันธมิตรด้านความปลอดภัยที่น่าเชื่อถืออย่าง SECOM จะช่วยเปลี่ยนสถานประกอบการหรือโครงการ B2B ของคุณให้กลายเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย มั่นคง และพร้อมรับมือกับทุกวิกฤตสุขภาพได้อย่างมืออาชีพ
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
ยอมรับทั้งหมด