ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย คืออะไร ทำไมทุกบ้านควรมี

22 ธันวาคม 2025 · บทความ
Tags ·
  • ความปลอดภัยในบ้าน
  • ระบบรักษาความปลอดภัย

ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย คืออะไร ทำไมทุกบ้านควรมี

 

 

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การรักษาความปลอดภัยภายในบ้านก็ต้องพัฒนาตามไปด้วย ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย หรือระบบเตือนภัยอัจฉริยะ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับเจ้าของบ้านยุคใหม่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยคืออะไร และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง วันนี้ SECOM เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบเตือนภัยอัจฉริยะที่ครอบคลุมทั้ง ระบบแจ้งเตือนการบุกรุก และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านของคุณ

 

 

ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย คืออะไร

ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย คือ ระบบที่ช่วยตรวจจับและแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติ เช่น การบุกรุก การเคลื่อนไหว หรือภัยอันตรายต่าง ๆ โดยอาศัยเซ็นเซอร์ กล้องวงจรปิด และอุปกรณ์ตรวจจับอื่น ๆ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนผ่านอุปกรณ์แจ้งเหตุด้วยเสียงและแสงที่ติดตั้งในบริเวณบ้าน หรือส่งข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุม เพื่อให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบัน ระบบนี้ได้พัฒนาเป็นระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะ ซึ่งใช้เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ AI (Artificial Intelligence) ช่วยให้สามารถตรวจจับ แยกแยะ และวิเคราะห์สถานการณ์ที่ผิดปกติได้อย่างแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะระบบแจ้งเตือนการบุกรุกที่ช่วยป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งส่งการแจ้งเตือนผ่านสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและควบคุมระบบความปลอดภัยได้จากทุกที่แบบเรียลไทม์

 

 

ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะในบ้าน มีอะไรบ้าง

 

ระบบเตือนภัยอัจฉริยะ ประกอบด้วยอุปกรณ์หลายชนิดที่ทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความปลอดภัยแบบครบวงจร มาดูกันว่าระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยในปัจจุบันมีอะไรบ้าง

 

1. กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (Smart CCTV Camera)

กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญสำหรับระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะเพราะไม่เพียงทำหน้าที่บันทึกภาพเหมือนกล้องวงจรปิดทั่วไป แต่ยังมีความสามารถในการวิเคราะห์ภาพด้วย AI ทำให้สามารถแยกแยะวัตถุ เช่น บุคคล สัตว์ ยานพาหนะ หรือสถานการณ์ผิดปกติได้ โดยที่เจ้าของบ้านสามารถดูภาพสดผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือได้ตลอดเวลา และรับการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีเหตุการณ์น่าสงสัย

2. อุปกรณ์ตรวจจับการเปิด-ปิดประตูหน้าต่าง (Door/Window Sensor)

เซ็นเซอร์ชนิดนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย โดยติดตั้งที่ประตูและหน้าต่างเพื่อตรวจจับการเปิด-ปิดในเวลาที่ไม่เหมาะสม เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ อุปกรณ์จะส่งสัญญาณไปยังระบบควบคุม จากนั้นระบบจะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนทันที เพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านหรืออาคารโดยสามารถตรวจจับการบุกรุกได้อย่างรวดเร็ว

3. อุปกรณ์ตรวจจับควัน (Smoke Detector)

อุปกรณ์นี้ทำหน้าที่ตรวจจับควันที่อาจเกิดจากไฟไหม้ และส่งสัญญาณเตือนทันทีเมื่อพบควันในระดับที่อันตราย ช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว ลดความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ อุปกรณ์นี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะที่แพร่หลายทั้งในคอนโดมิเนียม บ้านพัก โรงแรม และอาคารสำนักงานต่าง ๆ ในปัจจุบัน

4. อุปกรณ์ตรวจจับก๊าซรั่ว (Gas Leak Detector)

อุปกรณ์ตรวจจับก๊าซ เป็นอีกหนึ่งระบบเตือนความปลอดภัยชิ้นสำคัญที่จะคอยตรวจจับการรั่วไหลของก๊าซในบ้าน เช่น ก๊าซหุงต้ม หากตรวจพบการรั่วไหล ระบบจะส่งการแจ้งเตือนทันที ช่วยป้องกันอันตรายร้ายแรงที่อาจเกิดจากการรั่วไหลของก๊าซ เพิ่มความปลอดภัยให้กับทุกคนในบ้าน

5. อุปกรณ์ตรวจจับน้ำรั่ว (Water Leak Detector)

อุปกรณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วซึม เช่น ห้องน้ำ หรือบริเวณท่อน้ำ หากตรวจพบน้ำรั่ว ระบบจะแจ้งเตือนทันที ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากน้ำท่วมหรือท่อแตก เพื่อให้สามารถแก้ไขได้ทันเวลา

6. อุปกรณ์แจ้งเตือนการบุกรุก (Outdoor Siren)

เป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบรักษาความปลอดภัย หรือระบบแจ้งเตือนการบุกรุกที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อมีการบุกรุกหรือเหตุการณ์ผิดปกติ อุปกรณ์นี้ติดตั้งภายนอกอาคารเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อยู่อาศัยและผู้คนในบริเวณใกล้เคียง ช่วยเพิ่มระดับความปลอดภัย และลดความเสี่ยงจากการบุกรุก

7. อุปกรณ์ควบคุมระบบไฟฟ้าจากระยะไกล (Smart Plug)

Smart Plug เป็นส่วนเสริมของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยอัจฉริยะ ช่วยให้คุณสามารถควบคุมการเปิด-ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านผ่านสมาร์ตโฟนได้ สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ เพื่อให้ดูเหมือนมีคนอยู่บ้านแม้จะไม่อยู่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการบุกรุกได้ นอกจากนี้ Smart Plug ยังช่วยให้คุณจัดการการใช้งานไฟฟ้าได้ดีขึ้น ลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นเมื่อไม่อยู่บ้าน

 

ข้อดีในการติดตั้งระบบเตือนภัยอัจฉริยะภายในบ้าน

การติดตั้งระบบเตือนภัยอัจฉริยะในบ้านมีข้อดีมากมาย ดังนี้

  • เพิ่มความปลอดภัยให้กับบ้านและครอบครัว : ระบบแจ้งเตือนการบุกรุกสามารถตรวจจับ และแจ้งเตือนเหตุการณ์ผิดปกติได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • สามารถตรวจสอบบ้านได้จากระยะไกล : ดูภาพจากกล้องและควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านสมาร์ตโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มความสะดวกให้คุณมากยิ่งขึ้น
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว : ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม และความเสียหายจากอุบัติเหตุต่าง ๆ
  • เพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน : บ้านที่มีระบบเตือนภัยอัจฉริยะที่ทันสมัย มักมีมูลค่าสูงขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยและมีความเสี่ยงในการเกิดความเสียหายต่ำ
  • ช่วยลดเบี้ยประกันภัย : บริษัทประกันบางแห่งอาจลดเบี้ยประกันให้กับบ้านที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี

 

 

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย

 

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของบ้าน ระดับความปลอดภัยที่ต้องการ และประเภทของอุปกรณ์ที่เลือกใช้ โดยทั่วไปแล้วจะมีแพ็กเกจที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการและการใช้งานของคุณ ซึ่งมีทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าติดตั้ง และค่าบริการรายเดือน เราลองมาดูแพ็กเกจที่ทาง SECOM มีให้บริการกันดีกว่า

 

Smart Video

แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยบื้องต้น

  • ค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ 299 บาท
  • ค่าอุปกรณ์เริ่มต้นที่ 5,999 บาท
  • ค่าติดตั้งเริ่มต้นที่ 3,000 บาท
  • รวมกล้องสำหรับใช้ในอาคาร 1 ตัว
  • สามารถเพิ่มกล้องได้สูงสุด 64 ตัว
  • มีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันและอีเมล

 

Smart Security Home

แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น

  • ค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ 699 บาท
  • ค่าอุปกรณ์เริ่มต้นที่ 17,999 บาท
  • ค่าติดตั้งเริ่มต้นที่ 3,000 บาท

รวมเซ็นเซอร์หลายชนิด ได้แก่

  • คอนโทรลเลอร์ 1 เครื่อง
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 1 ชิ้น
  • เซ็นเซอร์ติดประตูหน้าต่าง 2 ชิ้น
  • อุปกรณ์รีโมท 1 ชิ้น
  • มีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันและอีเมล
  • มีบริการเฝ้าระวังจากศูนย์ควบคุม SECOM ตลอด 24 ชั่วโมง

 

Smart Security Care

แพ็กเกจนี้เหมาะสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

  • ค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ 1,199 บาท
  • ค่าอุปกรณ์เริ่มต้นที่ 24,999 บาท
  • ค่าติดตั้งเริ่มต้นที่ 3,000 บาท

รวมกล้องและเซ็นเซอร์ ได้แก่

  • กล้องสำหรับใช้ในอาคาร 1 ตัว
  • คอนโทรลเลอร์ 1 เครื่อง
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว 1 ชิ้น
  • เซ็นเซอร์ติดประตูหน้าต่าง 1 ชิ้น
  • เซ็นเซอร์ติดประตูแบบย่อส่วน 1 ชิ้น
  • อุปกรณ์รีโมท 1 ชิ้น
  • ปุ่มฉุกเฉินทางการแพทย์ 1 ชิ้น
  • กล่องใส่ยา 1 ชิ้น
  • มีระบบแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชันและอีเมล
  • มีบริการเฝ้าระวังจากศูนย์ควบคุม SECOM ตลอด 24 ชั่วโมง

 

นอกจากนี้ ทุกแพ็กเกจของระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยยังมีบริการเสริมที่สามารถเลือกเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ เช่น

  • การเพิ่มจำนวนกล้องหรือเซ็นเซอร์
  • การเพิ่มพื้นที่จัดเก็บวิดีโอบน Cloud Storage
  • การเพิ่มอุปกรณ์เสริมเพื่อการทำงานอัตโนมัติภายในบ้าน

 

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัยเหล่านี้อาจดูเป็นการลงทุนที่สูงในตอนแรก แต่เมื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของครอบครัวและทรัพย์สิน รวมถึงความสบายใจที่ได้รับ ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว นอกจากนี้ การมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดียังอาจช่วยลดค่าเบี้ยประกันบ้านได้อีกด้วย

แชร์ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

5 ขั้นตอนการติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมสิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง
22 ธันวาคม 2025
เจาะลึกระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย พร้อมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้งาน
22 ธันวาคม 2025
7 วิธีการดูแลบริเวณรั้วบ้านให้ปลอดภัย
22 ธันวาคม 2025
ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) มีอะไรบ้าง ควรเลือกใช้งานอย่างไร
22 ธันวาคม 2025
10 วิธีการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
22 ธันวาคม 2025
หยุดยาวช่วงสงกรานต์นี้ ดูแลบ้านอย่างไรดีให้ปลอดภัย?
22 ธันวาคม 2025
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า