Unsafe Condition คืออะไร ทำไมองค์กรต้องให้ความสำคัญ

22 ธันวาคม 2025 · บทความ
Tags ·
  • ความปลอดภัยสำหรับธุรกิจ

Unsafe Condition คืออะไร ทำไมองค์กรต้องให้ความสำคัญ

 

 

ในแวดวงอุตสาหกรรมและความปลอดภัยโรงงาน อุบัติเหตุมักเกิดขึ้นจากจุดเสี่ยงที่เราอาจมองข้าม ซึ่งส่วนใหญ่คือ “สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย” วันนี้ ซีคอมจะพาไปทำความเข้าใจว่า Unsafe Condition คืออะไร และทำไมการจัดการปัจจัยนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

Unsafe Condition คืออะไร

Unsafe Condition คือ สภาพแวดล้อมหรือสภาวะการทำงานที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งมีต้นตอมาจากปัจจัยทางกายภาพของสถานที่ทำงาน เครื่องจักร หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยตรง เป็นความเสี่ยงที่แฝงตัวอยู่ในสภาพแวดล้อม ไม่ได้เกิดจากการกระทำของบุคคล แต่เป็นสิ่งที่รอให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นหากไม่ได้รับการแก้ไข

 

Unsafe Condition vs. Unsafe Action แตกต่างกันอย่างไร

หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของอุบัติเหตุทั้งคู่ แต่มีความแตกต่างที่ชัดเจน การเข้าใจว่า Unsafe Condition คืออะไรและต่างจาก Unsafe Action อย่างไร จะช่วยให้วางแผนป้องกันได้ตรงจุดยิ่งขึ้น

  • Unsafe Condition (สภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัย) : คือความบกพร่องของ “สิ่งแวดล้อม” หรือ “อุปกรณ์” เช่น พื้นลื่น, เครื่องจักรไม่มีที่ป้องกัน, หรือแสงสว่างไม่พอ เป็นปัจจัยภายนอกที่รอให้เกิดอันตราย
  • Unsafe Action (การกระทำที่ไม่ปลอดภัย) : คือพฤติกรรมเสี่ยงของ “บุคคล” เช่น การไม่สวมใส่อุปกรณ์ป้องกัน, การทำงานผิดขั้นตอน, หรือความประมาทเลินเล่อ เป็นปัจจัยที่เกิดจากการตัดสินใจของพนักงาน

 

7 ตัวอย่าง Unsafe Condition ที่พบบ่อยในโรงงาน

ตัวอย่าง Unsafe Condition

 

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า Unsafe Condition คืออะไร เราได้รวบรวมตัวอย่างสภาพการณ์ที่ไม่ปลอดภัยซึ่งมักเป็นจุดเริ่มต้นของอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรม เรามาดูตัวอย่างกันว่ามีอะไรบ้าง

1. เครื่องจักรไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอันตราย

เครื่องจักรที่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหว เช่น สายพาน ใบมีด หรือเฟือง แต่ไม่มีอุปกรณ์นิรภัย (Safety Equipment) ครอบป้องกัน ถือเป็น Unsafe Condition ที่อันตรายอย่างมาก เพราะอาจหนีบหรือดึงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายพนักงานเข้าไปจนเกิดการบาดเจ็บรุนแรงหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

2. อุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดหรือสายไฟไม่ปลอดภัย

สายไฟที่เก่าจนฉนวนเปื่อยขาด, ปลั๊กไฟหลวม, ตู้ควบคุมที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือการเดินสายไฟอย่างไม่เป็นระเบียบ ทั้งหมดนี้คือ Unsafe Condition ที่เป็นสาเหตุโดยตรงของไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้พนักงานถูกไฟดูด แต่ยังเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยที่สร้างความเสียหายมหาศาลได้

 

3. พื้นที่ทำงานลื่น มีสิ่งกีดขวาง หรือไม่เป็นระเบียบ

พื้นโรงงานที่มีคราบน้ำมันหรือน้ำขัง, การวางสิ่งของกีดขวางทางเดินหรือประตูฉุกเฉิน, และการจัดเก็บวัสดุไม่เป็นระเบียบ ล้วนเป็น Unsafe Condition ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายที่สุด เช่น การลื่นล้ม, สะดุด, หรือการที่สิ่งของตกหล่นลงมาทับจนบาดเจ็บ

 

4. แสงสว่างไม่เพียงพอในจุดปฏิบัติงาน

 

แสงสว่างไม่เพียงพอในจุดปฏิบัติงาน

 

การทำงานในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อยเกินไป ทำให้พนักงานมองเห็นอันตรายได้ไม่ชัดเจน เพิ่มความเสี่ยงในการทำงานผิดพลาด และอาจส่งผลเสียต่อสายตาในระยะยาว การจัดแสงสว่างให้เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยพื้นฐานที่ต้องใส่ใจ

 

5. การจัดเก็บสารเคมีและวัตถุไวไฟไม่ถูกต้อง

การเก็บสารเคมีที่ไม่สามารถเข้ากันได้ไว้ใกล้กัน, การจัดเก็บวัตถุไวไฟในบริเวณที่มีความร้อนหรือประกายไฟ, หรือภาชนะบรรจุไม่มีป้ายเตือนที่ชัดเจน ถือเป็น Unsafe Condition ที่ร้ายแรง เพราะอาจนำไปสู่การรั่วไหล, การระเบิด, หรืออัคคีภัยที่ควบคุมได้ยาก

6. ระบบระบายอากาศไม่ดี มีฝุ่นหรือไอระเหยสะสม

โรงงานที่ระบบระบายอากาศไม่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง, ไอระเหยของสารเคมี, หรือก๊าซพิษ ซึ่งเป็นอีก Unsafe Condition ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงานในระยะยาว และในบางกรณีฝุ่นที่สะสมในปริมาณมากอาจเกิดการระเบิดได้ (Dust Explosion)

7. เสียงดังในที่ทำงานเกินค่ามาตรฐาน

เสียงที่ดังเกินกว่า 85 เดซิเบลอย่างต่อเนื่องถือเป็นมลภาวะและเป็น Unsafe Condition ที่อันตรายต่อการได้ยินของพนักงาน นอกจากนี้ เสียงที่ดังเกินไปยังอาจบดบังเสียงสัญญาณเตือนภัย หรือเสียงร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินล่าช้าลง

ผลกระทบเมื่อปล่อยปละละเลย Unsafe Condition

การเมินเฉยต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สามารถนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงและเป็นวงกว้างได้ การทำความเข้าใจว่าผลเสียของ Unsafe Condition คืออะไร จะช่วยให้ผู้บริหารเห็นความสำคัญของการลงทุนด้านความปลอดภัยมากขึ้น

  • การบาดเจ็บและเสียชีวิตของพนักงาน
  • ความสูญเสียทางการเงิน ทั้งค่ารักษาพยาบาล, ค่าชดเชย, และค่าซ่อมแซมทรัพย์สิน
  • การหยุดชะงักของสายการผลิต ทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจและส่งมอบงานล่าช้า
  • ผลกระทบทางกฎหมาย อาจถูกสั่งปิดโรงงานชั่วคราวหรือถูกดำเนินคดี
  • การเสียภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ทั้งจากพนักงาน, ลูกค้า, และสังคม

แนวทางการจัดการและป้องกัน Unsafe Condition ในโรงงาน

การป้องกันไม่ใช่แค่การรอให้เกิดเหตุแล้วแก้ไข แต่คือการสร้างระบบเพื่อค้นหาและกำจัดความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ แนวทางที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับ Unsafe Condition คือการผสมผสานทั้งนโยบาย, เทคโนโลยี, และการมีส่วนร่วมของทุกคน

  • การเดินสำรวจความปลอดภัย : จัดทีมตรวจสอบพื้นที่อย่างสม่ำเสมอเพื่อค้นหาและประเมินความเสี่ยง
  • การวางแผนซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน : ดูแลรักษาเครื่องจักรและอุปกรณ์ตามรอบเวลา เพื่อไม่ให้ชำรุดจนกลายเป็นจุดเสี่ยง
  • การอบรมและสร้างจิตสำนึก : ให้ความรู้พนักงานเกี่ยวกับ Unsafe Condition คืออะไร และส่งเสริมให้ทุกคนช่วยกันรายงานเมื่อพบเห็น
  • การใช้เทคโนโลยีช่วย : ติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์

การทำความเข้าใจว่า Unsafe Condition คืออะไร สำคัญแค่ไหน จะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนมุมมองจากการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมาเป็นการป้องกันเชิงรุกมากขึ้น ด้วยการลงทุนในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย หากคุณนึกถึงระบบรักษาความปลอดภัยในโรงงานที่ครบวงจร และมีบริการดูแลช่วยเหลืออย่างอุ่นใจ SECOM พร้อมให้คำปรึกษา ติดตั้ง และดูแลตลอด 24 ชม. ด้วยทีมงานมืออาชีพ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Tel. 02-026-6593 Email : [email protected] Line : @secomthailand

แชร์ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

รวม 7 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร
22 ธันวาคม 2025
อยากเปิดร้านกาแฟแต่ไม่มีประสบการณ์ ต้องเริ่มอย่างไร
22 ธันวาคม 2025
รู้จักกับ "ระบบรักษาความปลอดภัยในอาคาร" กับความสำคัญที่ต้องมี
22 ธันวาคม 2025
วิธีง่าย ๆ ในการป้องกันการเกิดอัคคีภัยในโกดังสินค้า
22 ธันวาคม 2025
คุยกับ 'THAI YAMAZAKI' กับเหตุผลที่เลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจร SECOM
22 ธันวาคม 2025
คุยกับ คุณจ๊อบ เจ้าของร้าน Junction Cafe ทำไมถึงเลือก SECOM Smart Security
22 ธันวาคม 2025
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า