รวมเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉิน ไฟไหม้ เรียกรถดับเพลิงที่ควรรู้ 2569

22 ธันวาคม 2025 · บทความ
Tags ·
  • ระบบรักษาความปลอดภัย

รวมเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉิน ไฟไหม้ เรียกรถดับเพลิงที่ควรรู้ 2569

 

ในสถานการณ์ฉุกเฉิน การรู้เบอร์โทรฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเหตุฉุกเฉิน แจ้งไฟไหม้ หรือเรียกรถดับเพลิง การมีข้อมูลเหล่านี้พร้อมใช้งานอาจช่วยลดความเสียหาย และช่วยชีวิตได้ในยามคับขันและในวันนี้ ซีคอม ได้รวบรวมเบอร์โทรฉุกเฉินสำคัญที่ควรรู้ไว้ในปี 2569 เพื่อความปลอดภัยของคุณ และคนรอบข้าง

 

รวมเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินที่ต้องรู้ 2569

 

การมีเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินไว้ใกล้ตัว เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เกิดอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรือเหตุร้ายแรงอื่น ๆ เพราะการรู้เบอร์โทรที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณสามารถขอความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างเหตุด่วนเหตุร้าย คนหาย ภัยพิบัติ แจ้งไฟไหม้ หรือเรียกรถดับเพลิง การตอบสนองที่รวดเร็วอาจเป็นความแตกต่างระหว่างชีวิตและความสูญเสีย ดังนั้น มาเซฟเบอร์โทรแจ้งเหตุฉุกเฉินกันไว้ดีกว่า

 

เบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินเหตุด่วนเหตุร้าย

  • 191 – แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
  • 199 – แจ้งเหตุไฟไหม้/ดับเพลิง
  • 1192 – ศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถ (แจ้งรถหาย)
  • 1195 – กองปราบ (สายด่วนแจ้งเหตุอาชญากรรม คดีร้ายแรง)
  • 1300 – แจ้งคนหาย
  • 1677 – ร่วมด้วยช่วยกัน
  • 192 – ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
  • 1196 – แจ้งอุบัติเหตุทางน้ำ

 

เบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินการแพทย์และโรงพยาบาล

  • 1669 – สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ทั่วประเทศ)
  • 1646 – หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (กทม.)
  • 1554 – หน่วยแพทย์กู้ชีวิต วชิรพยาบาล
  • 1691 – โรงพยาบาลตำรวจ
  • 1667 – สายด่วนกรมสุขภาพจิต
  • 1784 – กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

เบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินสาธารณูปโภค

  • 1129 – การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
  • 1130 – การไฟฟ้านครหลวง
  • 1125 – การประปานครหลวง
  • 1162 – การประปาส่วนภูมิภาค
  • 1506 – สำนักงานประกันสังคม
  • 1186 – สายด่วนประกันภัย

 

เบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทาง

  • 1543 – กรมทางพิเศษแห่งประเทศไทย
  • 1193 – ตำรวจทางหลวง
  • 1155 – ตำรวจท่องเที่ยว (แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว)
  • 1644 – สวพ. FM91 สถานีวิทยุเพื่อความปลอดภัยและจราจร
  • 1690 – การรถไฟแห่งประเทศไทย
  • 1146 – กรมทางหลวงชนบท
  • 02-134-4077 – ศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (TAC)

 

การเตรียมตัวก่อนโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่เร็วที่สุด

การมีเบอร์โทรศัพท์เพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ ข้อมูลที่คุณแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ปลายสายจะส่งผลต่อความเร็วในการช่วยเหลือ ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  1. แจ้งประเภทเหตุการณ์: บอกให้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น (เช่น ไฟไหม้, คนเจ็บหมดสติ, มีการบุกรุก)
  2. ระบุสถานที่เกิดเหตุ: บอกจุดสังเกตที่ชัดเจน ชื่อถนน ซอย หรือพิกัด GPS หากทำได้
  3. บอกจำนวนผู้ประสบภัย: แจ้งจำนวนผู้บาดเจ็บหรือผู้ที่ติดอยู่ในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เตรียมทีมแพทย์และอุปกรณ์ได้ถูกต้อง
  4. ให้เบอร์ติดต่อกลับ: แจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคุณเพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

 

ยกระดับความปลอดภัยด้วยระบบประสานงานอัตโนมัติจาก SECOM

ในสถานการณ์ที่น่าตกใจ การกดเบอร์โทรศัพท์ 3 หลักอาจเป็นเรื่องยากหรือทำได้ไม่ทันเวลา SECOM จึงออกแบบเทคโนโลยีเพื่อเข้ามาช่วยเหลือในเสี้ยววินาทีวิกฤต:

  • อุปกรณ์ Sensor: เมื่อเซนเซอร์ควันหรือความร้อนตรวจพบเหตุเพลิงไหม้ สัญญาณจะส่งตรงไปยังศูนย์ควบคุมของ SECOM ทันทีโดยไม่ต้องรอคนแจ้ง
  • การประสานงานแจ้งเหตุ (Emergency Coordination): เจ้าหน้าที่ SECOM จะเป็นผู้ทำหน้าที่ประสานงานไปยังหน่วยงานภาครัฐ (เช่น 191 หรือ 199) ให้ทันทีหลังจากยืนยันเหตุการณ์ ช่วยลดขั้นตอนและความสับสนของเจ้าของบ้าน
  • ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Panic Button): เพียงกดปุ่มเดียว ระบบจะส่งพิกัดและแจ้งเหตุไปยังศูนย์ควบคุมของ SECOM ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง

 

FAQ – คำถามที่พบบ่อย

หากเกิดเหตุไฟไหม้ในขณะที่ไม่มีคนอยู่บ้าน ระบบ SECOM จะช่วยได้อย่างไร

ระบบของ SECOM จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับควันหรือความร้อนที่มีความแม่นยำสูง เมื่อตรวจพบสัญญาณเพลิงไหม้ ระบบจะส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมกลางของ SECOM ตลอด 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบและประสานงานแจ้งรถดับเพลิง (199) ให้รุดไปยังบ้านของคุณทันทีแม้คุณจะไม่อยู่ในพื้นที่

 

หากเกิดไฟไหม้และไม่สามารถโทรแจ้ง 199 ได้ทันเวลาควรทำอย่างไร

หากคุณติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยของ SECOM เซนเซอร์ตรวจจับความร้อนหรือควันจะส่งสัญญาณไปยังศูนย์ควบคุมกลางโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่ของเราจะตรวจสอบเหตุการณ์ผ่านระบบและประสานงานแจ้งรถดับเพลิงให้รุดไปยังที่เกิดเหตุทันที แม้ในขณะที่คุณกำลังอพยพหรือไม่อยู่ในจุดที่โทรศัพท์ได้

 

เบอร์แจ้งเหตุ 191 และ 1669 ต่างกันอย่างไรและควรโทรเบอร์ไหนก่อน

หากเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่มีทั้งคนเจ็บและอาชญากรรม สามารถโทรแจ้งเบอร์ใดเบอร์หนึ่งก่อนได้ เพราะหน่วยงานเหล่านี้มีการประสานงานเชื่อมโยงข้อมูลกันอยู่แล้ว

  • 191 ใช้สำหรับเหตุด่วนเหตุร้ายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและอาชญากรรม 
  • 1669 ใช้สำหรับเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องการรถพยาบาลและทีมช่วยชีวิต 

 

การแจ้งเหตุเท็จมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่

มีความผิดแน่นอนครับ การโทรแจ้งเหตุฉุกเฉินโดยไม่มีเหตุจริงถือเป็นการก่อกวนและทำให้เจ้าหน้าที่เสียเวลาในการไปช่วยผู้ประสบภัยจริง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นควรใช้เบอร์เหล่านี้เมื่อเกิดเหตุวิกฤตจริงเท่านั้น

 

สรุปบทความ

สิ่งสำคัญนอกจากการจำเบอร์แจ้งเหตุฉุกเฉิน แจ้งไฟไหม้ เหตุด่วนเหตุร้าย หรือขอความช่วยเหลือแล้ว การมีสติ และพูดให้ชัดถ้อยชัดคำ เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณต้องมี เพื่อช่วยให้การประสานงานเจ้าหน้าที่เป็นอย่างราบรื่น และลดความสูญเสียต่าง ๆ ให้ลดน้อยลงไปเช่นกัน

 

SECOM ในฐานะผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจรที่พร้อมให้คำปรึกษาและบริการ ด้วยการเฝ้าระวังสัญญาณฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงของทีมศูนย์ควบคุมมืออาชีพ เพื่อแจ้งเตือนลูกค้าทันทีเมื่อเกิดเหตุผิดปกติ อีกทั้งยังส่งทีมปฏิบัติการเข้าตรวจสอบพื้นที่ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อการช่วยเหลืออย่างฉับไว รวมทั้งการแจ้งเตือนฉุกเฉินทันทีของเรา คุณจึงสามารถมั่นใจในความปลอดภัยและพร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

แชร์ :

บทความที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีหน้าที่อะไรบ้าง มีความสำคัญอย่างไร
22 ธันวาคม 2025
ระบบคลังสินค้า คืออะไร มีระบบจัดการอะไรบ้างที่สำคัญต่อธุรกิจ
22 ธันวาคม 2025
5 ขั้นตอนการติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมสิ่งที่ควรรู้ก่อนติดตั้ง
22 ธันวาคม 2025
7 มาตรการรักษาความปลอดภัย 24/7 สำหรับบ้าน อาคาร และโรงงาน
22 ธันวาคม 2025
ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) มีอะไรบ้าง ควรเลือกใช้งานอย่างไร
22 ธันวาคม 2025
เจาะลึกระบบกล้องวงจรปิดไร้สาย พร้อมสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกใช้งาน
22 ธันวาคม 2025
ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ “นโยบายคุ้กกี้” และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ “ตั้งค่า”

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า